เราจะไปทางไหนกัน...
เราจะไปทางไหนกัน...(ก่อนจึงจะดี) ?
หลายวันที่ผ่านมา...ฉันได้มีโอกาสติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ
ที่มีอยู่อย่างหลากหลายในครอบครัวของเรา
ในจำนวนข่าวสารอันหลากหลายทั้งในและต่างประเทศที่ฉันได้เสพเข้าไป
ไม่ว่าจะเป็น...เศรษฐกิจ...สังคม...การเมือง...การศึกษา...ตลอดจนศิลปะและวัฒนธรรม
มีข่าวสารบางเรื่อง...บางประเด็นที่ทำให้เกิดคำถามมากมายขึ้นในใจฉัน
ที่สติปัญญาอันมีอยู่น้อยนิดของฉัน...ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามนั้นได้
เช่น คำถามง่ายๆว่าทำไมเวลาเราพูด...อ่าน...หรือเขียนถึง เราจะต้องจัดลำดับหัวข้อให้
(1)เศรษฐกิจ...(2)สังคม...(3)การเมือง...(4)การศึกษา...และ(5)ศิลปะและวัฒนธรรม
เท่าที่ฉันจำความได้...ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนจนปัจจุบันก็ยังไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงลำดับใหม่
ฉันไม่รู้ว่าการจัดลำดับนี้...เป็นการจัดโดยเรียงตามลำดับความสำคัญของแต่ละหัวข้อหรือไม่
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า...ปัญหาในครอบครัวของเราทุกวันนี้
มันเกิดจากการที่พวกเราจัดลำดับความสำคัญกันผิดไปจากสภาพความเป็นจริงหรือเปล่า
เช่นการที่เรามองมาตลอดหลายสิบปีว่าเศรษฐกิจมีความสำคัญเร่งด่วนเป็นอันดับหนึ่งของครอบครัว
ที่ผ่านมารัฐบาลทุกรัฐบาลจึงมักจะมองหาเทคโนแครตที่เชี่ยวชาญทางเศรษฐศาสตร์การเงิน
โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งในการเฟ้นหาบุคลากรเข้ามาบริหารกระทรวงเศรษฐกิจก่อน
จริงอยู่ตลาดเงิน...ตลาดทุน มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนกลไกต่างๆของครอบครัวเรา
แต่เท่าที่ฉันสังเกตมาตลอด...จะเห็นว่าระบบการศึกษา
ศิลปและวัฒนธรรมในครอบครัวของเรา
จะได้รับการจัดลำดับความสำคัญให้อยู่หลังสุดเสมอๆ...ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตการเรียนหรือในชีวิตจริงของเรา
เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตจะยิ่งเห็นภาพดังกล่าวนี้เด่นชัดที่สุด...ครอบครัวของเราที่ต้องย่ำเท้าอยู่กับที่
หลายสิบปี...เพราะว่าเราจัดลำดับความสำคัญของระบบต่างๆผิดพลาดไปหรือเปล่านะ...ฉันเองก็ไม่รู้
ฉันเลยลองคิดเองเล่นๆดูว่า...ถ้าท่านหัวหน้าครอบครัวสองคนใหม่พร้อมดรีมทีมของท่าน
จะลองพิจารณาความเร่งด่วนของปัญหาต่างๆในครอบครัวของพวกเรากันใหม่หมด
แล้วลองมาจัดลำดับความสำคัญของงานกันใหม่ตามที่พวกท่านคิดขึ้นมา
ฉันและเพื่อนๆของฉันอยากจะเห็นรูปร่างหน้าตาของระบบต่างๆที่ท่านจัดลำดับใหม่อย่างมากสุดๆ
ว่าสิ่งที่ฉันคิดอยู่ในใจจะเหมือนหรือต่างกับสิ่งที่ท่านทั้งหลายคิดใหม่หรือไม่...อย่างไร...และเพราะสาเหตุใด
แต่สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวฉันแล้ว...ฉันไม่เชื่อว่าถ้าเราเอาระบบเศรษฐกิจนำหน้าแล้ว
กลไกทั้งหมดในระบบทุกตัวจะขับเคลื่อนได้ดีตามกันไป...เพราะที่ผ่านมามันได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่เป็นจริง
สำหรับครอบครัวของเรา...ตลอดเวลาหลายสิบปีที่เราให้ความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจเหนืออื่นใด
ระบบทุนนิยมสุดกู่ที่เราวิ่งตามประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย...มันกับยิ่งสร้างปัญหา
ให้กับพี่น้องส่วนใหญ่ของครอบครัวเรา...โดยที่เพื่อนๆส่วนน้อยที่ได้รับโอกาสดีกว่าก็จะร่ำรวยขึ้น ฯ
ในขณะที่เพื่อนๆส่วนใหญ่มักจะถูกระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่เอาเปรียบและยากจนลง...ตลอดจนขาดโอกาส ฯ
ระบบเศรษฐกิจที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก...กลายเป็นระบบที่ทำให้เกิดช่องว่างที่กว้างมากจนน่ากลัว
ให้กับระบบอื่นๆเสียแล้วในครอบครัวของเรา...จนเพื่อนๆส่วนใหญ่ของครอบครัวไม่สามารถ
ที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาต่างๆของตัวเองที่มีอยู่มากมายได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป...ต้องพึ่งพิงผู้อื่นเช่นในปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะเราเดินมาผิดทางหรือเปล่าฉันก็ไม่ทราบ...
พวกท่านเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้ค้นหาคำตอบ...ของคำถามง่ายๆนี้...
แล้วพวกท่านจะตอบคำถามนี้อย่างไร...ช่วยบอกให้พวกเราในครอบครัวรู้กันด้วย
เพราะพวกเราส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าพวกท่านจะสามารถทำได้...โดยมองเห็นปัญหา
และค้นหาวิธีการและแก้ไขปัญหาของพวกเราส่วนใหญ่ที่มีอยู่อย่างจริงจัง...อย่างเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว
วานนี้...ฉันตื่นขึ้นมาแต่เช้าก็คงเหมือนกับทุกวันที่ผ่านๆมา
ก่อนที่ฉันจะออกจากบ้านไปทำงานก็ต้องไปส่งแม่ลูกสาวไปโรงเรียนก่อน
และก่อนออกจากบ้านเขาจะชอบมาให้ฉัน...กอดและหอมแก้มก่อนทุกวัน
และฉันเองก็ชอบให้เขาหอมแก้มฉันเช่นกัน...มันทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลย
ฉันอยากให้ทุกครอบครัวหอมแก้มกันทุกวันบ้างจัง...อะไรต่างๆมันคงจะดีขึ้น
ระหว่างทางที่ขับรถเพื่อไปทำงานนั้น...ฉันก็อดที่จะกลับไปคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อนไม่ได้
เลยอดที่จะตั้งคำถามตามหน้าที่ของพลเมืองดียุคใหม่ในความคิดของฉันนะ
ว่าพวกเราน่าจะช่วยกันตั้งคำถามให้กับผู้ที่เราเลือกเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพวกเรา
การถามก็อาจจะต้องช่วยกันถามซ้ำๆถามกันหลายๆหน...เพื่อไม่ให้ท่านลืม(ตัว)
และช่วยหาคำตอบพร้อมวิธีการแก้ไขปัญหานั้นๆมาบอกกับพวกเรา...อย่างสุภาพ
สำหรับฉันวันนี้อยากจะถามพวกท่านแทนเพื่อนๆส่วนใหญ่ที่เลือกพวกท่านมาว่า
ระบบเศรษฐกิจกับระบบการศึกษา...เราจะไปทางไหนกันก่อนจึงจะดี ?
ถ้าท่านให้เหตุผลโดยจัดระบบเศรษฐกิจอยู่ลำดับแรก...อยากทราบเหตุผลของท่านด้วย
และถ้าหากท่านคิดที่จะจัดให้ระบบการศึกษาอยู่ลำดับแรกบ้าง...พวกเราก็อยากทราบเหตุผลเช่นกัน
รวมทั้งอยากทราบว่าท่านมีแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งโครงสร้างการศึกษาอย่างไร...
ต้องใช้เวลามากน้อยขนาดไหน...และจะจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่จำกัดอย่างไร
เพราะเรารู้ว่างานนี้คงจะทั้งเหนื่อยและยาก...ภาระนี้จึงต้องการคนที่เสียสละอย่างมากๆ
เช่นคุณหมอนักปฏิรูป นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ที่มุ่งมั่นแก้ไขระบบสาธารณสุข
ของครอบครัวของเราไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ปัจจุบันระบบสาธารณะสุขของครอบครัวเรา
เกิดช่องว่างในการเข้าถึงบริการได้น้อยลงกว่าแต่เดิมมาก
เพราะฉันเชื่อว่าถ้าไม่สามารถแก้ปัญหาระบบการศึกษาในครอบครัวของเราได้...ทั้งโครงสร้าง
เพื่อให้คนส่วนใหญ่ของครอบครัวเราได้เรียนรู้ที่จะช่วยตัวเอง...เลิกการพึ่งพิงบุคคล
แต่หันมาช่วยกันมองระบบ...ช่วยกันทำระบบ...และช่วยกันควบคุมระบบที่พวกเราสร้างขึ้น
เมื่อนั้นฉันเชื่อมั่นว่าระบบลำดับถัดๆไปทั้งหมดที่มีอยู่...จะสามารถสอดประสานและ
ส่งต่อกำลังงานของแต่ละกลไกที่มีอยู่เพื่อให้ระบบใหญ่เดินไปได้อย่างมั่นคง...และยั่งยืนตลอดไป
วันนี้...ฉันมีความหวังว่าหัวหน้าครอบครัวคนใหม่ของพวกเราทั้งหมด
จะค้นหาแนวทางการทำงานเพื่อสร้างผลงานเป็นเกียรติยศแก่ตัวท่าน...เพื่อให้จดจำกันไปอีกนานแสนนาน
ด้วยการตอบคำถามที่ฉันและเพื่อนๆช่วยกันถามไปด้วยความตั้งใจ...อย่างสุภาพ
และเพื่อนๆของเราที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันนี้...อยากจะมีวีรบุรุษด้านการศึกษา
ให้พวกเราทุกคนในครอบครัวได้จดจำเช่นเดียวกับที่พวกเราสามารถจดจำ
วีระบุรุษด้านสาธารณสุขของครอบครัวของเราไว้ในใจอยู่เสมอ...นิรันดร์
ท้ายสุดนี้...ฉันอยากจะฝากบทกลอนของปราชญ์ท่านหนึ่ง...ซึ่งขออภัยที่ฉันก็จำนามท่านไม่ได้แล้ว
แต่ได้เขียนไว้สั้นๆ แต่ลึกซึ้งกินใจ มอบให้กับผู้ที่จะเข้ามาเสียสละกับงานที่แสนจะเหนื่อยยากนี้ว่า
กล้วยไม้ออกดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป ฉันนั้น
แต่ออกดอกคราใด งามเด่น
การศึกษาปลุกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม
ขอมอบความปรารถนาดีพร้อมรอยยิ้มอย่างจริงใจ...ของพวกเราซึ่งอยู่ในครอบครัวเดียวกัน
ให้กับบุคคลที่จะเสียสละเข้ามาผลักดันงานสำคัญนี้...เพื่อครอบครัวของเรา...เพื่อลูกหลานของเราทั้งหมด
หญ้าแพรก
|