น้อมลำรึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
YehYeh.com
YehYeh.com
ยินดีต้อนรับสู่ เ ย้ เ ย้ . ค อ ม : : www.YehYeh.com : : เว็บไซต์แห่งเสรีภาพทางความคิด ของคนไทย เพื่อคนไทย
 

yehyeh board
สำนักงานนักสืบเอกชน คุณรชต สำนักงานนักสืบเอกชน คุณรชต

เล่าสู่กันฟังกลโกงมิจฉาชีพ

 ผม ชื่อ ต้น เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง 100 %

ผม อยากมาเล่าสู่กันฟังเรื่องที่พอจะพูดได้ว่าเป็นเทคนิคการหลอกลวงของเหล่ามิจฉาชีพให้ได้ทราบกัน

เรื่องเกิดเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2551 (เป็นวันเกิดผมพอดี)ตอนประมาณ 20: 00 ถึง 20:30   เรื่องมีอยู่ว่า...

หลังที่ผมเลิกงานเวลานั้นกำลังเดินกลับบ้าน ขณะที่ผมกำลังจะเดินข้ามถนนที่แยกไฟแดง

แยกหนึ่งก็มีชายอายุประมาณ 20-30 ปี สวมเสื้อเชิ๊ต กางเกงสแล็ครองเท้าหนัง สวมแว่นสายตาสีดำ

ท่าทางภูมิฐานแต่ค่อนข้างโทรมๆเหมือนเดินทางมาไกลอะไรทำนองนั้น  เขาเดินเข้ามาหาผม มาสอบถาม

เส้นทางไปศูนย์สิริกิตติ์ ว่าพอจะมีรถสายไหนผ่านบ้าง ผมก็ตอบเขาไปเท่าที่รู้เพราะผมเป็นคนไม่ค่อยรู้

จักเส้นทางในกรุงเทพมากเท่าไร(เหตุเกิดที่เขตบางกะปิ) เขาทำท่าทางเหมือนมีความจำเป็นที่จะต้องกลับไป

ให้ได้ที่ศูนย์สิริกิตติ์ให้ทันเวลา เขาบอกว่าตัวเขาได้ไปประชุมที่ศูนย์สิริกิตติ์ ห้องแกรนด์บอลรูมและ

ก็บอกชื่อและหมายเลขห้องอะไรสักอย่าง (ชื่อเป็นแนวๆ เหมือนห้องประชุมโรงแรม เช่น ห้องบุศราคัม หรืออะไรเทือกนั้นจำได้ไม่แน่ชัด) และก็ยังบอกชื่อออแกไนซ์เซอร์ผู้จัดห้องประชุมด้วยทั้งชื่อและนามสกุล (ก็จำไม่ได้อีกเหมือนกันเพราะพูดเร็วมากจับความอะไรไม่ค่อยได้ เหมือนกับตัวเขาเหนื่อยล้าและต้องการขอความช่วยเหลือจริงๆแต่มีข้อมูลมากไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าทำไมถึงต้องมาขอความช่วยเหลือ ) หลังประชุมเสร็จก็พอมีเวลาเหลือ ได้แวะไปเดินแถวห้างพันธุ์ทิพเพื่อได้หาซื้อคอมพิวเตอร์จากแหล่งราคาถูกเพราะนานๆจะได้มาสักที และที่นั่นเขาได้พลาดทำกระเป๋าเอกสารกระเป๋าสตางค์หายพวกinformationต่างๆหายไปเกือบหมด ตอนแรกเหมือนจะให้ช่วยเหลือค่ารถกลับไปศูนย์สิริกิตติ์  ผมจึงบอกเขาไปว่าลองไปแถวเดอะมอลล์บางกะปิดูแล้วลองไปหารถเมล์ต่อเอา(เพราะจุดเกิดเหตุไม่ห่างจากเดอะมอลล์บางกะปิมากนักสามารถไปถึงโดยไม่ต้องขึ้นรถ)ก็คิดว่าละแวกนั้นก็เห็นจะมีแต่ป้ายรถเมล์หน้าเดอะมอลล์บางกะปิกับอู่รถตู้แถวนั้นซึ่งมีรถผ่านเยอะจึงบอกโบ่ยๆให้ลองเดินไปถามคนแถวป้ายรถเมลล์นั้นดูเพราะคนที่ขึ้นรถแถวนั้นอาจจะรู้จักเส้นเดินรถมากกว่าผมและตัวผมเองก็เหนื่อยจากงานมาเหมือนกัน พอผมเริ่มชี้บอกทางเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปเดอะมอลล์บางกะปิโดยหวังจะช่วยเหลือ

เขาก็ทำท่าทีเหมือนกับว่ายังไม่ใช่ทางแก้ปัญหา เขาถามว่าน้องชื่ออะไร และเขาก็แนะนำตัว เขาบอกว่าตัวเขาเป็นข้าราชการทหารอากาศ ชื่อ เรืออากาศเอก กันต์ (กันต์ไหนไม่รู้) และก็ยื่นบัตรประจำตัวให้ดูคร่าวๆ พอเขาแนะนำ

เสร็จก็  คะยั้นคะยอถามชื่อผม จนผมตอบไปว่าชื่อ ต้น  แล้วเขาก็เรียกชื่อผมให้ฟังเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาว่าเขาบิน

มาจากเชียงใหม่เพื่อมาประชุมที่ศูนย์สิริกิตติ์โดยเฉพาะ มีนายทหารเข้าร่วมประชุมหลายท่าน แล้วเขาก็เอ่ยชื่อ

นายทหาร ท่านหนึ่ง ชื่อจริงนามสกุลจริง(ซึ่งก็จำไม่ได้อีก) ว่า เป็นนายทหารที่เคยมอบช่อดอกไม้ให้กับอดีตนายก

ทักษิณในงานพิธีอะไรสักอย่าง  เหมือนกับว่าเขาทำให้เราคิดไปในทางว่าตัวเขาเกี่ยวพันกับนายทหารที่มอบช่อ

 ดอกไม้ท่านนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาพูดต่อว่าทำสัมภาระหายที่ห้างพันธุ์ทิพย์เหลือแต่กระเป๋าสะพายบ่าใบเล็กๆ

 กับบัตรประจำตัวซึ่งใช้ลงทะเบียนหน้างานที่เก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ บอกว่าเหลือเงินพอเดินทางมาหาคนรู้จักที่

 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวๆนั้นเพื่อขอความช่วยเหลือแต่คนรู้จักกลับย้ายไปไม่ได้สอนที่นั่นแล้วพอได้เดินมา

 เจอผม แล้วเขาก็ถามว่าผมพักอยู่ที่ไหน เป็นไปได้ไหมที่น้องต้นพอจะหาทางช่วยเหลือพี่ให้เดินทางกลับเชียง

 ใหม่ ตอนนั้นผมอุทานออกมาว่า  “กลับเชียงใหม่เหรอ”  ในใจนึกขำว่าจะช่วยได้ไงวะ   ถ้าน้องต้นช่วยเหลือพี่  จะพอเป็นไปได้ไหมว่าจะได้คบหาเป็นพี่เป็นน้องกับน้องต้นต่อไป น้องต้นพอจะช่วยพี่ให้ไปขึ้นสนามบินกองทัพอากาศดอนเมืองได้หรือเปล่า สนามบินที่นายกทักษิณถูกลอบวางระเบิดจำได้ใช่ไหม (ตอนเกิดเหตุผมก็ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า เพราะผมไม่ค่อยติดตามการเมืองเท่าไร)  ถ้าน้องต้นช่วยเหลือพี่ให้พี่ได้ไปขึ้นที่สนามบินได้พี่

จะได้ติดเครื่องบินโดยสารของกองทัพทหารอากาศกลับเชียงใหม่ ตอนนั้นผมก็กลัวถูกหลอกเหมือนกันสิ่งแรกที่

 

นึกถึงคือตำรวจ ผมเลยพูดตัดบทว่าทำไมไม่ให้ตำรวจช่วยบอกว่าของหายไม่มีเงิน ให้ตำรวจ ช่วยขับรถไปส่งที่

สนามบินฐานทัพอากาศดอนเมืองหน่อยตำรวจเขาช่วยอยู่แล้ว  เขารีบพูดแทรกว่า ลองไปแจ้งแล้วมันไม่ได้ช่วย

อะไรมากแค่รับแจ้งความพูดราวกับว่าไม่ถูกกับตำรวจ  เขาเรียกชื่อผม แล้วพูดต่อว่า น้องต้นพอจะช่วยเหลือค่า

 เครื่องบินโดยสารกองทัพอากาศสัก 1650 บาทได้ไหม(ซึ่งถือว่าราคาถูกราวๆlow cost airline) ถึงตอนนี้ผม

แย้งว่าทำไมไม่ใช้สิทธิข้าราชการทหารอากาศโดยสารเครื่องบินฟรีผมจะได้ช่วยเหลือแค่เงินเดินทางไปสนามบิน

ทหารอากาศดอนเมือง เขาบอกว่าเขาไม่ได้รับข้าราชการทหารแล้วจึงใช้สิทธิไม่ได้ แล้วผมก็ทำท่าลังเลแล้วก็คิดในใจว่า ผมลองคิดในใจว่าถ้าเป็นตัวเองบ้างจะทำอย่างไรถ้ามีเหตุบางอย่างที่สุดวิสัยจริงๆที่ไม่อาจอธิบายได้ในเวลาอันสั้นที่ทำให้ต้องขาดเงินและอยู่ห่างไกล ผมก็คงต้องวิ่งวุ่นขอความช่วยเหลือไปทั่ว และอีกอย่างวันนี้วันเป็นวันเกิดผม ระหว่างที่ผมคิดลังเลอยู่เขาก็พูดโน้มน้าวไปเรื่อยและมีอยู่ตอนหนึ่ง เขาเรียกชื่อผมแล้วพูดไปเรื่อยๆว่า  “พี่เป็นเรืออากาศเคยรับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ ขณะพูดก็เงยหน้าขึ้นเหมือนมองไปยังบางสิ่งบางอย่างด้วยความมุ่งมั่นโดยไม่แคร์สายตาจากผู้คนและรถที่สัญจรไปมาและพูดว่า “พี่กล้าสาบานต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเลยว่า ถ้าพี่กล้าทำระยำหรือทำความเดือดร้อนให้กับน้องต้น ขอให้พี่มีอันเป็นไปภายในคืนนี้เลย”  ถึงตอนนี้ในใจคิดว่าเขาคงเดือดร้อนจริงๆอยากช่วยเขาจึงบอกว่าเดี๋ยวเดินไปกดเงินจากตู้ATMก่อนเพราะเงินในกระเป๋ามีไม่พอเขารีบพูดขึ้นทันทีว่าทันทีที่ถึงเชียงใหม่ภายในคืนนี้อย่างช้าก็พรุ่งนี้จะโทรขอหมายเลขบัญชีธนาคารของน้องต้นแล้วจะโอนเงินคืนทันที   จริงๆเขาขอหมายเลขบัญชีธนาคารทันทีเลยด้วยซ้ำแต่ผมตอบไปว่าจำไม่ได้  ระหว่างทางที่เดินไปกดเงินที่ตู้ATMซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 50 เมตร เขามีการชวนผมคุยตีสนิทเป็นระยะๆ ว่าในอนาคตสามารถคบหาช่วยเหลือเกื้อกูลได้ต่างๆนานา ถามว่าทำงานที่ไหน เป็นคนจังหวัดอะไร และอื่นๆจิปาถะพอจะถึงตู้ เขาก็บอกจะยืนรอห่างๆ ให้ผมกดเงินเป็นส่วนตัวซึ่งเขาก็รออยู่ห่างจริงประมาณ5 เมตรก่อนเดินไปกดเงินผมถามย้ำอีกทีว่าต้องการเท่าไร เขาบอกว่าประมาณ 2000 ละกันเผื่อเหลือเผื่อขาด   ผมก็เออไหนๆจะช่วยก็ช่วยให้สุดช่วยทั้งค่าเครื่องบินและค่าเดินทางให้ถึงสนามบินแน่นอน ระหว่างที่กดเงินผมเห็นเขาหยิบสมุดฉีกออกมาเขียนอะไรบางอย่าง  พอกดเงินเสร็จเดินเข้าไปหาถึงรู้ว่าเป็นชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรเขา แล้วเขาก็ขอเบอร์มือถือผมไว้ติดต่อกลับด้วย มีการฝากแลกเปลี่ยนเบอร์และเขาได้ให้ที่อยู่ผมโดยเขียนใส่เศษกระดาษฉีกนั่นแล้วยื่นให้  เป็นที่อยู่ที่เชียงใหม่และเบอร์มือถือ ก่อนจากกันมีการจับมือด้วยสีหน้าแสดงความยินดีเป็นอย่างมากนัยตาแดงก่ำ และยังถามเส้นทางรถแท็กซี่ไปสนามบินอย่างคร่าวๆให้พอรู้จักเส้นทางจะได้ไม่โดนแท็กซี่หลอก ผมก็บอกเท่าที่ทราบแล้วเขากับผมก็แยกกัน หลังแยกกันผมหันหลังเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวมองอีกเลยว่าเขาได้โบกแท็กซี่ขึ้นหรือเปล่าหรือยังไงต่อ พยายามตัดใจจากเงิน 2000 นั้นโดยไม่สนใจว่าจะได้คืนหรือไม่  คิดว่าถ้าเขาดีจริงเราก็คงได้เงิน คืนเอง และได้คบหาตามที่ว่ากัน แต่ถ้าโกหกมดเท็จเดี๋ยวเขาก็มีอันเป็นไปตามคำที่เขาสาบานเอง พอกลับมาถึงบ้านก็มานั่งคิดกังวลว่าเราถูกหลอกเสียค่าโง่หรือเปล่าเนี่ย แต่ก็ตัดไปได้คิดว่าพอพรุ่งนี้ก็รู้เองถ้าเขาโทรมาตามเบอร์มือถือที่ให้ไปแสดงว่าไม่ถูกหลอก และเขาก็ได้ทำการไม่โทรมาจริงๆ  (เอ๊ะยังไง)รอถึงค่ำขณะที่พิมพ์อยู่นี่ก็ยังรอ(วันที่25) เขาก็ไม่โทรมาสักที ผมโทรกลับไปตามเบอร์ที่เขาให้มาก็ มีเสียงตอบรับว่าเลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ใขณะนี้ ให้ติดต่อใหม่อีกครั้ง   สรุปว่าผม  ถูกหลอก   พอผมมั่นใจมากขึ้นว่าถูกหลอกก็มานั่งทบทวนดูเหตุการณ์ดูวิเคราะห์ดูว่าทำไมผมถึงพลาด เสียดายว่าตอนนั้นถ้าคิดได้อย่างนี้ก็คงไม่ต้องเสียเงิน แต่อย่างว่าสถานการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วไม่ค่อยมีเวลามาวิเคราะห์การตัดสินใจขณะนั้น  เท่าที่ตัวผมเองลองสรุปมามีดังนี้

 เทคนิคทางจิตวิทยาที่เขาใช้

1.เขาเริ่มเข้าหาเราด้วยการสอบถามเส้นทาง (ไม่ใช่การขอเงินในทันที) เพื่อหยั่งเชิงลักษณะนิสัยของเรา

   ว่าเราเป็นคนอย่างไร เป็นลักษณะชอบช่วยเหลือคนหรือเปล่า ถ้าใช่ก็จะเริ่มเพิ่มระดับของความช่วยเหลือ

  (จากค่ารถเปลี่ยนเป็นค่าเครื่องบิน!?)แต่ถ้าเราเดินผละไปก็เป็นอันจบ

 

2.เขาเตรียมตัวมาดีมาก เรื่องข้อมูลที่แน่นหาช่องโหว่ยากถึงแม้จะมีก็หาทางกลบเกลื่อได้ดี จังหวะจะโคนการพูด

   ทุกครั้งที่ผมทำท่าทางลังเลว่าจะช่วยดีไม่ช่วยดี เขาก็จะเรียกชื่อ น้องต้น! ฟังพี่นะ พี่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเรา

   สองคนแล้วแหละ เอ๊ยไม่ใช่ ..  ถ้าน้องต้นช่วยพี่นะจะรู้สึกขอบคุณอย่างมาก หรือทำนองว่าไม่มีใครอีกแล้ว

   คำพูดอาจไม่ตรงเป๊ะตามที่เขียนแต่จุดประสงค์คือดึงความมั่นใจในการที่จะช่วยเหลือของเรากลับมา รวมไปถึง

   การสาบานอีก  การพูดดักทางหรือปิดทางช่วยเหลืออื่นๆที่ผมเสนอให้ ไปให้เหลือทางช่วยเหลือทางเดียวตามที่

   เขาต้องการ  ลักษณะท่าทางกิริยาที่แสดงออกด้วยความจริงใจ เพราะการจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นอย่าง

  แรกต้องซื้อใจให้ได้ก่อน รวมถึงการแต่งกายยังเหมาะกับสถานการณ์มากๆ ท่าทางโทรมๆจากการเดินทางไกล

  แต่ก็ยังคงแลดูภูมิฐานจากเครื่องแต่งกาย ท่านที่อ่านอยู่นี่อาจจะสงสัยว่าเชื่อไปได้ไง แต่คนที่ไม่อยู่ในสถานการณ์

  ตอนนั้นคงยากที่จะเข้าใจ ผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้ผู้ที่อ่านอยู่เข้าใจเหมือนกับอยู่ในเหตุการณ์เองจริงๆ จับ

   ต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน

 

 

3.เขามีการพูดถึงชื่อคนใหญ่คนโตในการสนทนา หรือ มีการพูดถึงชื่อ ที่คล้ายคลึง กับคนใหญ่คนโตที่เราเคยได้ยินผ่านหูผ่านสื่อ เช่น อดีตนายกทักษิณ  พลอากาศเอก กันต์   พิมานทิพย์ (เขาตั้งชื่อตัวเขาให้คล้ายกับคนใหญ่คนโตซึ่งความจริงอาจไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ได้) และ... เป็นต้น เพื่อให้รู้สึกแบบลึกๆว่า มีการเกี่ยวพันกับคนใหญ่คนโต และศักยภาพในการคืนเงิน  แม้ชื่อเหล่านั้นไม่มีผลเกี่ยวข้องทางเหตุทางผลแต่ด้วยทิศทางของเหตุการณ์ก็พอจะมีผลทางจิตวิทยาได้เหมือนกัน แล้วยังมีการเสนอตัวคบหา  เสนองาน พร้อมจะให้การช่วยเหลือเราในอนาคตได้ต่างๆนานา เหมือนกับว่าคงไม่เสียหลายถ้าจะมีคนรู้จักเป็นนายทหารมียศสักคน พอจะจากก็ยังมีการจับมือถือแขนบีบด้วยความตื้นตันใจ และดวงตาแดงนิดๆเหมือนจะร้องไห้ ว่าได้เจอคนช่วยเหลือสักที ทำเหมือนกับว่าผมเป็นคนเดียวที่ช่วยให้เขากลับเชียงใหม่ได้(เว่อร์ไปหรือเปล่าเนี่ย) นับเป็นการปิดการขายได้อย่างยอดเยี่ยมและอบอุ่น

 

4. เขามีการสาบาน  เขากล้าสาบานแบบคอขาดบาดตายต่อหน้าในหลวง(ถึงแม้ที่แยกไฟแดงจะไม่มีพระบรมฉายา

    ลักษณ์ของในหลวงก็ตาม) ไม่กลัวฟ้าดินกล้าสาบานเพื่อเพิ่มเครดิตให้กับตนเอง ซึ่งก็เพิ่มได้จริงๆ

 

5.มีการถามชื่อถึงแม้ผมเลื่ยงที่จะไม่ตอบเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว เขาก็พยายามคะยั้นคะยอถามจนสุดท้าย

   ต้องยอมบอกชื่อเล่นไป การพูดคุยโดยเรียกชื่อจะสร้างความสนิทสนมได้อย่างรวดเร็ว เพราะรู้สึกว่ามีตัวเรา

   ลองเปรียบเทียบระหว่างคำพูด   ถ้าน้องต้นทำ.. อย่างนั้น   ถ้าน้องต้นทำ.. อย่างนี้   กับ  ถ้าคุณทำ.. อย่างนั้น  

   ถ้าคุณทำ.. อย่างนี้    อย่างไหนรู้สึกสนิทสนมมากกว่ากัน แล้วเขาจะสนทนากับเราโดยการเรียกชื่อไปตลอด

  และถี่มาก

 

 

 

เรื่องที่ผมเขียนไปนั้นเป็นความจริงทุกประการ ถ้าไม่จริงขอให้ผมมีอันเป็นไป ถ้าจะมีผิดพลาดบ้างก็อาจเป็นเพราะความจำอันจำกัดหรือการสื่อความหมายของคำแต่ไม่ใช่ด้วยความจงใจใส่สีตีไข่อย่างแน่นอน(แม้จะมีไร้สาระบ้างแต่แก่นของเรื่องไม่หนีไปจากนี้) ผมเป็นคนถือคำสาบานคำสัตย์ปฏิญาณ โดยเฉพาะเรื่องคอขาดบาดตายผมไม่กล้าล้อเล่น ขนาดคนจีนสมัยก่อนสาบานเป็นพี่เป็นน้องกันถึงขนาดตายแทนกันได้  (คงเพราะดูหนังจีนมากไปมั้ง) นี่อาจเป็นจุดอ่อนจุดหนึ่งของผม

 

เท่าที่ผมจำรายละเอียดก็พอจะได้เท่านี้ เพราะยังมีข้อมูลอีกบางส่วนรวมถึงสภาพแวดล้อมและสภาวการณ์บางอย่างที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ คงอาจเป็นเพราะความสงสาร ความด้อยประสบการณ์บวกความโง่

ของตัวผมเอง  ที่ผมโพสต์นี่ก็เพื่อบอกให้รู้ทัน ถ้าใครไปพบเจอเหตุการณ์คล้ายๆกันจะได้ตั้งตัวและวิเคราะห์

 ด้วยวิจารณญาณของตนเองว่าจะทำอย่างไร  และที่สำคัญก็เผื่อจะได้เงิน 2000 บาทคืน เอ้ย!ไม่ใช่ (แต่ถ้าได้

  คืนก็ดีนะ) เผื่อคนที่มาขอความช่วยเหลือจากผม เจ้าตัวเขาได้อ่านจะได้รู้ว่าการทำแบบนี้ทำให้คนที่มีน้ำใจ

 (บวกโง่อย่างผม) ในสังคมลดลงไม่กล้าที่จะช่วยเหลือคนที่เขาเดือดร้อนจริงๆ เพราะระแวงคนประเภทนี้ที่

 หากินบนความมีน้ำใจของผู้คน  ผมเองก็คิดว่าถ้าผมเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกผมจะเดินหนีโดยไม่ช่วยเหลือเลย

 แม้ว่าคนนั้นจะ เดือดร้อนจริงๆก็ตาม  ถ้าเขาทำกับคนอื่นเหมือนที่ทำกับผมไปเรื่อยๆสักร้อยคนก็จะมีคนมี

 น้ำใจน้อยลงร้อยคน เปรียบเทียบได้กับ  สารCFC แค่ 1 โมเลกุล แต่ไปจับกับโมเลกุลโอโซน ทำปฏิกิริยา

 ลูกโซ่ ทำลายโมเลกุลโอโซนในชั้นบรรยากาศไปแสนโมเลกุล (เกิดห่วงโลกร้อนขึ้นมาซะงั้น)

 

ถึงตอนนี้ผมเองยังลังเลอยู่เลยว่าถูกหลอกหรือได้ช่วยเหลือคนไปจริงๆ (ถูกหลอก : เชื่อ    70 : 40) แต่ที่ผมให้เปอร์เซ็นถูกหลอกมากกว่าเพราะว่าดูจากลักษณะท่าทางความมุ่งมั่นของเขา ถ้าเป็นคนดีจริงพอได้ถึงที่พักก็ต้องพยายามขวนขวายอย่างมุ่งมั่นที่จะติดต่อโอนเงินคืนทันทีเพราะได้สาบานไปแล้ว  แต่ที่ยังมีความเชื่อเหลืออยู่บ้าง

 (ถึงตอนนี้ยังจะเชื่ออีก) เพราะคิดว่าในโลกนี้ยังมีเหตุสุดวิสัยหลายๆประการที่อธิบายไม่ได้ ที่ทำให้คนดีถูกมองเป็นคนชั่ว ผมเชื่ออย่างนั้น  ถ้าผมเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วเก็บไว้คนเดียวไม่มาเล่าสู่กันฟังก็จะไม่ได้เปรียบเทียบกับโลกภายนอกว่าผมคิดถูกหรือคิดผิดอย่างไร   ถ้าใครอ่านแล้วคิดว่าเคยโดนแบบนี้ก็ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้  หรือโพสต์บรรยายเข้ามาบ้าง ถ้าเคยเจอเคสคล้ายๆกับผมนี่  ผมจะได้หูตากว้างขึ้นบ้าง

โดย : ต้น | email : | วันที่ : 2008-04-26 21:51:52

ความเห็นที่ 2

ผมก็โดนครับ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 51 4 ทุ่ม คนเดียวกันนี้เลย ผมโดน 1200 ครับ อยากช่วยเหลือเนื้อหาเหมือนกัน ผมทราบเพราะเข้ามาเซิจเจอชื่อเค้านี้ละครับ ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ผมไม่ใช้คนแรก แต่ ยังไงจะช่วยกัน บอกต่อเพื่อให้คนประเภทนี้ ลดไปจากสังคม...

 

โดย : nack | email : | วันที่ : 2008-07-07 18:11:46 | IP : 58.136.74.XX

ความเห็นที่ 1

ยาวไป

โดย : .. | email : | วันที่ : 2008-06-17 19:17:02 | IP : 124.122.152.XX

Silvine
Keroro ยกแก๊งค์ 5 ตัว
SD รถแข่ง
Roronoa Zoro (One Piece)
One Piece ยกแก๊งค์
หนู hamster 1 คู่
Papercraft โมเดลกระดาษ
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
ลงโฆษณากับเรา
หากต้องการส่งต่อให้เพื่อน ทาง MSN กรุณา copy URL นี้ส่งต่อให้เพื่อนได้เลยจ๊ะ
หากคิดว่านี่เป็นสิ่งดี ต้องการส่งต่อให้เพื่อนทาง Email กรุณา คลิกที่นี่ ค่ะ
ช่วย ๆ กันโพสข้อความแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน ๆ ที่มาตั้งกระทู้ด้วยนะคะ
จะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเยอะ ๆ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง 5 อันดับล่าสุด
    หลอก < เอ วูฟ >
    เเอบรักเค้าทำไงดี คับ < นิรนาม >
    มอเตอร์โชว 2008 (600รูปมั้ง ไม่ได้รีไซส์,ถ่ายเองคับ) < ZX1000RR >
    ถ้าคุณโดนบังคับให้ทำนู่นทำนี้ คุณจะมีวิธีการเเก้เผ็ด อย่างไร < TT >
    เปิดสถานบันเทิงใกล้แล่งชุมชน < ชาวบ้าน >
    คลิกที่นี่ เพื่อดูกระทู้ทั้งหมด

 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
name
email
 
 
ข้อความทีท่านได้อ่านจาก เวบเพจนี้ เกิดขึ้นจากการเขียนโดยสาธารณชน และ เผยแพร่โดยอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวบไซด์แห่งนี้ ไม่ได้เห็นด้วย และไม่ขอรับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านทุกท่าน โปรดใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตนเอง และ ถ้าหากท่านพบเห็นข้อความใดๆ ที่ ขัดต่อกฎหมาย และ ศีลธรรม กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@yehyeh.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

 

Copyright © 2006 www.yehyeh.com All rights reserved.