เราก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นเมียน้อยเขาเหมือนกัน เพราะอะไรก็ไม่รู้ความรักก็ไม่ใช่ ทรัพย์สินก็ไม่ใช่ น่าจะเป็นเวรกรรม หรือเพราะขาดความอบอุ่นในวัยเด็ก ทุกวันนี้ยังหาคำตอบไม่ได้เลยและที่แย่กว่านั้นก็คือเรามีลูกกับเขาด้วย แต่อยากจะบอกทุกคนว่าถ้าใครที่เป็นเมียน้อยแล้วหรือที่กำลังจะเป็นถ้าคุณสามารถถอยออกมาได้คุณก็จะพบกับความสุขถึงแม้ว่าช่วงแรกคุณจะทรมารก็ตาม(ถ้าคุณรักเขา)แต่ต่อไปคุณก็จะพบกับความสุขที่แท้จริง
เรื่องของเราเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ7-8 ปีมาแล้วอยากจะแบ่งปันให้ผู้หญิงที่กำลังจะเป็นเมียน้อยได้รับรู้ก่อนจะมีชีวิตที่ย่ำแย่เหมือนกับเรา(ถึงใครอาจจะคิดว่าเราโง่ก็ตาม)
เรารับราชการสามีเราก็รับราชการเรารู้จักกันมาก่อนจะมีอะไรกันประมาณ 7 ปีในฐานะเพื่อนร่วมงานและเราก็รู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้วเขาก็เป็นพี่ที่ดี เมียเขาก็ดี เราทำงานที่เดียวกับเขาประมาณ3ปี แล้วก็ย้ายกันไปคนละทิศคนละทางตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร หลังจากแยกย้ายกันไปคนละที่แล้วก็ยังนัดไปเที่ยวไปทานข้าวด้วยกันบ้างไปกันในฐานะคนที่เคยทำงานด้วยกันทุกครั้งที่ไปก็จะมีเมียเขาไปด้วยและเพื่อนๆคนอื่นๆด้วยทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง
จนกระทั่งเข้าปีที่ 7 เราได้ย้ายไปทำงานที่ต่างจังหวัดได้ไม่กี่เดือนเขาก็มีคำสั่งให้ย้ายมาที่จังหวัดเดียวกับที่เราไปอยู่ เราเช่าบ้ายอยู่กับเพื่อนส่วนเขาเช่าบ้านอยู่คนเดียวแต่บ้านอยู่ใกล้กัน ต่อมาเรากับเพื่อนเกิดมีปัญหากันเพื่อนก็เลยย้ายไปเช่าบ้านอยู่คนเดียว ทุกวันตอนเย็นๆเราจะไปนั่งทำงานที่บ้านเขาเพราะบ้านเขามีคอมฯเครื่องไม้เครื่องมือในกาทำงานเขามีครบทุกอย่าง ส่วนเราไม่มีตอนแรกเราก็จะไปทำงานที่ทำงานตอนเย็นๆบางทีกว่าจะกลับก็ดึกทางเข้าบ้านค่อนข้างเปลี่ยว เขาเลยบอกว่าทำไมไม่มาทำงานที่บ้านพี่ ขับรถคนเดียวดึกๆมันอันตราย เราก็บอกว่าเกรงใจไม่อยากรบกวน เขาบอกว่าคบกันมา6-7 ปียังจะเกรงใจอีกเหรอเราก็เลยไปทำงานที่บ้านเขาทุกเย็นแล้วจะเดินกลับบ้านประมาณ 2 ทุมผ่านไป 3 เดือนความสัมพันธุ์ของเราก็ยังเป็นพี่น้องที่นับถือกันเหมือนเดิม
จนกระทั่งวันหนึ่งเวรกรรมของเรากำลังจะเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านที่เราเช่าอยู่ให้ช่างมาทุบผนังบ้านด้านหนึ่งโดยไม่ได้บอกเราล่วงหน้าวันนั้นเป็นวันศุกรเรากำลังจะกลับไปเอาของที่บ้านเพื่อกลับกรุงเทพฯ(เราจะกลับบ้านที่กรุงเทพฯทุกอาทิตย์)พอเห็นว่าผนังบ้านมันเปิดอยู๋ด้านหนึ่งเราก็ไม่กล้ากลับบ้านเพราะเป็นห่วงของในบ้านกลัวจะหายเราเลยโทรไปต่อว่าเจ้าของบ้านทะเลาะกันเสียงดังมาก พี่เขากลับมาพอดีเขาเลยบอกว่าไม่เป็นไรอย่าไปทะเลาะกับเขาเลยเดี๋ยวพี่จะอยู่เป็นเพื่อนเราเอง เขาเลยโทรไปบอกเมียเขาว่าอาทิตย์นี้ไม่กลับบ้านนะจะอยู่เป็นเพื่อนน้องมันหน่อยบ้านมันผนังบ้านหายไปด้านหนึ่ง เมียเขาก็ไม่ว่าอะไร เขาก็มานอนค้างบ้านเรานอนกันคนละห้องบ้านเรามี2ห้องนอน อาทิตย์นั้นก็เที่ยวกันทั้ง2วันเพราะไม่มีอะไรจะทำไปเที่ยวบ้านพี่สาวของเขาบ้านเพื่อนเขาจังหวัดใกล้ๆกัน
เหตุการณ์ระหว่างเราก็ปกติไม่มีใครมีใจให้ใครยังห่วงใยในฐานะพี่น้องเหมือนเดิมจนกระทั่งเย็นวันหนึ่งเราก็ไปทำงานที่บ้านเขาตามปกติ เขาก็นั่งดื่มเหล้าอยู่เราก็นั่งทำงานอยู่ตรงโต๊ะทำงาน แล้วเขาก็เดินมาหาเราแล้วก็ก้มลงมาจูบผมของเราเราก็ตกใจอึ้งทำอะไรไม่ถูกเขาบอกว่าพี่รักเรานะ พอตั้งสติได้ก็เก็บงานที่หอบไปนั่งทำบ้านเขาใสตะกร้าเตรียมตัวกลับบ้านแต่พูดอะไรไม่ออกไม่ได้ต่อว่าเขาได้แต่เงียบเก็บของเสร็จก็เดินกลับบ้านไม่ได้พูดอะไรกันเดินเข้าบ้านก็ปิดประตูบ้านแต่ด้วยความรีบลืมปิดประตูรั้ว เขาเดินตามมาที่บ้านบอกว่าขอโทษออกมาคุยกันก่อนเราก็ไม่ออกมา เขาเลยบอกว่าถ้าไม่ออกมาคุยกันเขาจะนั่งอยู่หน้าบ้าน ตอนนั้นก็คิดว่าอยากจะนั่งก็นั่งไปเถอะ แต่เขาก็ไม่ได้นั่งเงียบๆตะโกนเรียกแล้วบอกว่าขอโทษที่พี่เผลอไปจูบเรา ด้วยเป็นบ้านชั้นเดียวหลังบ้านจะติดกับบ้านของครู เราก็กลัวมากกลัวว่าครูคนนั้นจะได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเขารู้ว่าพี่เขามีเมียอยู่แล้วเราก็เลยเดินออกไปหาเขาแล้วก็บอกว่ากลับไปเถอะ อย่ามาส่งเสียงดังเพราะดึกแล้วอายคนอื่นเพราะเป็นอำเภอเล็กๆใครมีอะไรจะรู้กันทั้งอำเภอ เขาบอกว่าให้กลับไปคุยที่บ้านเขาเพราะบ้านเขาข้างๆบ้านไม่มีใครอยู่ไม่ต้องกลัวใครจะได้ยิน เราบอกว่าไปเถอะๆ เขาบอกว่าถ้าเรายังโกรธเขาอยู่เขาจะไม่ไปไหนจะนั่งอยู่ที่เดิม เราเลยบอกว่าเราไม่โกรธแล้ว ขอให้กลับไปเขาก็ไม่ยอมจนข้างบ้านมายืนคอยืดคอยาวอยู่ข้างรั้วถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า เราก็กลัวว่าเดี่ยวเรื่องจะไปกันใหญ่ เขาเลยตะโกนบอกไปว่ามาตามให้เราช่วยไปดูงานหน่อยพอดีมีงานที่ทำร่วมกันอยู่ เราก็เลยเดินออกไปบ้านเขาเพื่อตัดปัญหา
แต่ปรากฏว่าฝนตกเดินกลับบ้านไม่ได้แล้วก็มืดด้วยไม่ได้เปิดไฟไว้ นั่งรอจนดึกฝนก็ไม่หยุด(เหมือนในละครน้ำเน่ามากๆแต่ขอบอกว่านี่คือเรื่องจริง)เขาบอกว่าให้เข้าไปนอนในห้องเขาส่วนเขาจะนอนที่ห้องทำงานเอง เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไรเข้าไปอยู่ในห้องน่าจะปลอดภัยกว่าเพราะบ้านเขามีห้องนอนห้องเดียวเราคิดว่าเราก็คงนอนไม่หลับ รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยเดินกลับ ก็นอนดูทีวีไปเรื่อยๆจนรายการทีวีไม่มีอะไรให้ดูแล้วเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ มารูสึกตัวอีกทีตอนที่เขาเข้าไปอยู่ในห้องแล้ว เขาบอกว่าฝนตกหนักมากฝนน่าจะสาดเข้ามาทางหน้าต่างเพราะเปิดหน้าต่างไว้เขาบอกว่าเคาะประตูเรียกเราตั้งนานแล้วเราก็ไม่ตื่นเขาเลยไปเอากุญแจห้องมาไขแล้วก็เอาผ้ามาเช็ดพื้นแล้วบอกให้เรานอนไปเถอะเดี๋ยวเช็ดพื้นแล้วเขาจะออกไปเองเขาเข้ามาเอาผ้าห่มด้วยเพราะว่าอากาศหนาวเราก็ไม่ได้ว่าอะไรยังงงว่าทำไมเราไม่ได้ยินเขาเรียกเลยเหรอสงสัยเพิ่งจะหลับเราก็ตื่นมานั่งสัปงกดูเขาเช็ดพื้นกะว่าเดี๋ยวเขาออกไปแล้วค่อยนอนเขาเลยบอกว่านอนไปก่อนได้เลยไม่ต้องเกรงใจเราก็นอนต่อใจหนึ่งก็คิดว่าเราจะช่วยเขาถูพื้นแต่กลัวเขาจะคิดว่าเรามีใจก็เลยนอนต่อไม่ยุ่งดีกว่า
พอเคลิ้มหลับไปเขาก็มากอดเราจากด้านหลังเราก็ตกใจบอกเขาว่าอย่าทำอะไรบ้าๆนะพี่มีเมียอยู่แล้ว หนูก็มีแฟนแล้วพี่ก็รู้เขาบอกว่าพี่ไม่ทำอะไรหรอกพี่คิดถึงแม่อยากกอดใครสักคน(แม่เขาตายตอนเขาอายุ 3ขวบ) ตอนแรกเราก็ดิ้นผลักเขาเขาก็ยิ่งกอดเราเเน่นยิ่งเราดิ้นมือที่เขากอดอยู่ก็โดนหน้าอกเราเราเลยหยุดดิ้นไม่อยากให้โดนหน้าอกพอหยุดดิ้นเขาก็เริ่มปลุกปล้ำเราเราก็ขอร้องเขาว่าอย่าทำอะไรหนูเลยพี่มีเมียแล้วนะ เราพยามเตือนสติเขาปากเขาก็บอกว่าพี่ไม่ทำอะไรหรอกๆๆแต่ทั้งมือทั้งตัวเขานอนทับเราอยู่เราดิ้นจนเหนื่อยพอเราหยุดดิ้นเขาก็แค่นอนทับเราไว้เฉยๆเราพยายามจะตั้งสติเพื่อให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ตรงนั้นไปให้ได้เพราะเราเคยนอนค้างกับแฟนเราหลายครั้งแล้วเราคบกับแฟนมา 7 ปีแต่เรากับแฟนเคยตกลงกันไว้ว่าเราให้เขาแค่กอดจูบได้เท่านั้นเขาก็ไม่เคยทำเกินเลยไปกว่านั้นแต่ก็เคยมีบางครั้งเหมือนกันที่เขาเกิดอารมณ์แล้วขอให้เราเป็นของเขาแต่เราไม่ยอมเขาก็ไม่ว่าอะไรได้แต่นอนกอดกันทั้งคืน เราคิดว่าเราคงจะตั้งสติได้เพราะกับแฟนเราที่รักกันมากๆเราก็ไม่เคยปล่อยให้มันเกินเลย
ตอนนั้นคิดว่าผู้ชายคนนี้เราไม่เคยรักเขาเลยเราคงไม่เพลี้ยงพร้ำหรอกเพราะเมื่อเราหยุดดิ้นเขาก็ไม่ทำอะไรเราเพียงแต่งนอนทับเราไว้เฉยๆเท่านั้น แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่เราคิดพี่เขาเจ้าเล่ห์กว่าที่เราคิด เขามีความชำนาญเรื่องบนเตียงมากในขณะที่นอนทับเราอยู่นั้นปากก็บอกว่าไม่ต้องกลัวพี่ไม่ทำอะไรหนูหรอก ไม่ต้องกลัวพี่ไม่ทำอะไรหนูหรอก ไม่ต้องกลัวพี่ไม่ทำอะไรหนูหรอก พอเขาเปลี่ยนคำพูดเป็นพี่ขอโทษ พี่ขอโทษเป็นเมียพี่นะเราไม่ทันได้พูดอะไรความเป็นชายของเขาก็เข้ามาอยู่ในร่างกายของเราแล้ว
ในเวลานั้นเราได้แต่นอนนิ่งๆ สับสนไปหมดใจเตลิดไปไหนก็ไม่รู้คิดเรื่องต่างๆสับสนไปหมดหน้าแฟนลอยมาเราคิดว่าแล้วฉันจะต้องทำยังไงจะบอกแฟนว่ายังไง แล้วพ่อแม่เราละท่านจะคิดยังยังไง แล้วทำไมคนที่เรานับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆคนหนึ่งจึงทำกับเราแบบนี้ ทำไมไม่เหมือนเพื่อนๆเราเลย(เพื่อนๆส่วนมาก90%เป็นเพื่อนผู้ชายแต่ไว้ใจได้ทุกคนรักเราเหมือนน้องตอนเรียนจบเพื่อนๆที่สนิทมากๆเขาบอกว่าเขาเป็นห่วงเรามากแล้วเตือนว่าผู้ชายทั่วไปไม่เหมือนเพื่อนๆนะอย่าไปไว้ใจผู้ชายเหมือนไว้ใจเพือนๆนะ ทำงานแรกๆเราก็ระแวงพวกผู้ชายตามที่เพื่อนบอกอยู่พักหนึ่งแต่ทุกคนก็ดีไม่เคยคิดเรื่องชู้สาวเลยมีแต่คอยเป็นห่วงเป็นใยจนเราลืมคำเตือนของเพื่อนๆไปสนิทมาคิดได้อีกที่เมือเกิดเรื่องนี้เมื่อได้ชื่อว่ามีอะไรกับสามีคนอื่น)
ในตอนนั้นเราไม่ได้ร้องให้เลยเป็นเพราะกลัวหรือเป็นเพราะน้ำตาตกในก็ไม่รู้ไม่มีคำพูดออกมาจากปากเราเลยแม้แต่คำเดียวเราได้ยินเสียงเขาพูดแต่ไม่รู้ว่าเขาพูดว่ายังไงเราได้แต่นอนนิ่งๆส่วนเขาเมื่อเสร็จภารกิจของเขาแล้วก็ยังป้วนเปี้ยนวุ่นวายอยู่กับส่วนต่างของเราไม่ลดละเราก็ไม่ขัดขืนและไม่ตอบสนองใดๆทั้งสิ้น ในใจคิดว่านี่ฉันอุตส่าเก็บความบริสุทธิ์ไม่ยอมมีอะไรกับแฟนที่คบกันมาตั้ง 7 ปี เพื่อมาเป็นเมียน้อยเขาเหรอ ฉันนอนคิดจนถึงตอนเช้าและไม่ได้ลุกไปทำงานไม่กล้าไปสู้หน้าคนที่ทำงาน กลัวเขาจะรู้ว่าฉันมีอะไรกับผู้ชายคนนี้ แล้วกับผู้ชายคนนี้ฉันจะพูดอะไรกับเขา ฉันทำตัวไม่ถูกได้แต่นอนซมอยู่กับที่นอน
และในเย็นวันนั้นเราจะต้องกลับบ้านแต่ฉันไม่กล้ากลับกรุงเทพฯกลัวแฟนจะรู้ว่าฉันไปนอนกับผู้ชายมาเขาโทรมาฉันก็ไม่กล้ารับโทรศัพท์เขาส่วนผู้ชายคนที่เพิ่งยัดเยียดคำว่าเมียน้อยให้ฉันนั้นก็ไม่กล้าทิ้งฉันไว้คนเดียวแต่ฉันไม่รู้ว่าเขากลัวอะไรเขาไปลางานให้ฉันในวันนั้นซึ่งเป็นวันศุกรแล้วเขาก็กลับมาอยู่กับฉันทั้งวันเขาบอกว่าพี่จะรับผิดชอบทุกอย่างแต่เราไม่ได้ต้องการให้เขามารับผิดชอบหรอกนะตอนนั้น เพราะเราไม่ได้รักเขา เขาเฝ้าเอาอกเอาใจฉันทั้งวันและก็ไม่ยอมให้เรากลับไปนอนที่บ้านเขาบอกว่ากลัวฉันคิดมาก แต่ตลอดวันหยุดฉันไม่พูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว
เช้าวันจันทร์ฉันก็ไม่ได้ไปทำงานเขาเลยไปเอาใบลาพักผ่อนมาให้ฉันเซ็นต์แล้วก็บอกที่ทำงานว่าฉันไม่สบายให้ฉันลา1 อาทิตย์แต่ที่ทำงานเพื่อนๆบอกว่าเดี่ยวตอนเที่ยงๆจะมาเยี่ยมฉัน เขาเลยพาฉันไปเที่ยวจังหวัดสุโขทัยไปพักที่โรงแรม 1 อาทิตย์ เขากลัวว่าเพื่อนๆฉันจะสงสัย ส่วนฉันก็ไม่อยากเจอหน้าใครไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง ตลอดเวลา 1 อาทิตย์ที่ฉันอยู่ในที่ๆไม่มีใครรู้จักฉันรู้สึกปลอดภัยเริ่มพูดคุยกับเขาเขาบอกว่าให้ฉันหยุดคิดทุกอย่างเพราะฉันเริ่มไม่สบายแล้วทุกครั้งที่เครียดฉันก็จะไม่สบายแบบนี้ทุกครั้ง ฉันเองก็เริ่มกลัวว่าถ้าหมดวันลาแล้วฉันไม่สบายไม่หายขึ้นมาแล้วฉันจะทำยังไงลาป่วยก็แล้ว ลาพักผ่อนก็แล้วฉันเลยทำตามที่เขาบอก
เขาก็คอยเอาอกเอาใจฉันไม่ห่างจากฉันเลย เขากราบเท้าขอโทษฉันเขาบอกว่าจะให้เขารับผิดชอบยังไงก็ได้เขาจะทำตามทุกอย่า ฉันบอกเขาว่าไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้นเพราะครอบครัวฉันรับไม่ได้ที่ฉันจะต้องอยู่ในฐานะเมียน้อยเพราะพ่อฉันทิ้งแม่ฉันไปมีเมียน้อยอีกคน และพอฉันโตขึ้นมาแม่คอยสอนฉันตลอดเวลาว่าจะเรียนอะไรอยากได้อะไรแม่จะตามใจทุกอย่างขออย่างเดียว อย่าหนีตามผู้ชายและอย่าไปยุ่งกับสามีคนอื่น พอฉันบอกเขาเขาบอกว่าเขาจะเลิกกับเมียเขายังไม่ได้จดทะเบียนกันแต่เขาแต่งงานอยู่ด้วยกันมา6 ปีแล้ว
ส่วนฉันตอนนั้นคิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงถ้าเขาเลิกกับเมียแล้วมาอยู่กับฉันๆก็รับไม่ได้เพราะใครๆก็ต้องด่าว่าฉันว่ารู้ทั้งรู้ว่าเขามีเมียแล้วยังแย่งเขามาอีกและที่สำคัญฉันไม่รักเขาเลย ฉันไม่กลับกรุงเทพฯตลอดทั้งเดือนเพราะไม่กล้าสู้หน้าแฟนได้แต่โทรบอกเขาว่าช่วงนี้งานยุ่งมากเลยไม่กลับกรุงเทพฯแฟนที่แสนดีของฉันก็ไม่สงสัยไม่ระแวงอะไรเลย
ส่วนผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีฉันก็ไม่ยอมห่างฉันเลยถ้าฉันไม่กลับเขาก็ไม่กลับเขาแคร์ฉันมากจนฉันเริ่มที่จะพูดคุยกับเขาได้เป็นปกติและจากวันที่เขามีอะไรกับฉันแล้วเขาก็ให้ฉันนอนบ้านเขาทุกคืนถ้าคืนไหนฉันจะกลับไปนอนที่บ้านของฉันเขาก็จะตามไปนอนเป็นเพื่อน ฉันเลยไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านฉันเลยตั้งแต่วันนั้นเพราะกลัวข้างบ้านเขาจะรู้ว่าฉันเอาผู้ชายมานอนที่บ้าน ฉัยเลยไปนอนบ้านเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ตลอดเวลา 1 เดือนที่เขาอยู่กับฉันทั้งวันทั้งคืนเขาไม่เคยขอมีเรื่องบนเตียงกัยฉันอีกเลยจนฉันเริ่มใจอ่อนและคิดว่าฉันคงกลับไปหาแฟนไม่ได้แล้วเพราะแฟนฉันเคยพูดว่าถ้าฉันไปมีอะไรกับคนอื่นถึงเขาจะรักฉันมากสักขนาดไหนเขาก็รับไม่ได้ ถ้าฉันกลับไปหาเขาแล้วไม่บอกเขาถ้าเขารู้ที่หลังก็คงรู้สึกแย่และตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันฉันก็คงจะไม่มีความสุขเพราะมีเรื่องปิดบังเขา
ฉันเลยอยู่ต่างจังหวัดตลอดเวลาหลายเดือนแฟนฉันก็ไปทำงานต่างจังหวัดเราก็ไม่ได้เจอกันเลยเพียงแต่โทรคุยกันเท่านัน ฉันก็เลยอยู่กับสามีคนนี้และปล่อยเลยตามเลยเพราะฉันไม่อยากได้ชื่อว่ามีผัว2คนถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่รักสามีคนนี้เลยแต่เขาทำให้ฉันเริ่มรู้สึกอบอุ่นที่เขามาเฝ้าเอาใจตามใจและคอยเป็นห่วงเป็นใยเพราะเขาอายุมากกว่าฉัน 8-9 ปี ตอนนันฉันอายุประมาณ 27-28 ปี พอเขาเห็นฉันเริ่มไม่ขัดขืนเวลาเขากอดหรือหอมแก้มเขาก็เริ่มขอมี SEX กับฉัน
ช่วงมี SEX กันแรกๆฉันยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่เขารู้ว่าฉันยอมๆเขาไปให้มันหมดหน้าที่ไปเท่านั้นเอง เขาเลยค่อยๆสอนเรื่องพวกนี้ให้ฉันจนฉันเริ่มคล้อยตามเขาและเขาทำให้ฉันเริ่มรู้จักความสุขเมื่ออยู่บนเตียง ฉันเริ่มรักเขาขึ้นมาทีละนิดๆจนฉันลืมแฟนเก่าและไม่คิดถึงเขาอีกเลยทั้งๆที่เขาไม่ผิดอะไรเลย
ฉันกับสามีมี SEX กันทุกคืนคืนละหลายๆครั้งจนฉันรักเขามากและยอมเป็นเมียน้อยเขา เริ่มรับสภาพได้และไม่แสดงให้ใครรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน ไม่เคยไปราวีเมียหลวงเขาเลย
ยิ่งสามีขอให้ฉันมีลูกให้เขาฉันก็คิดว่าเขาคงจะรักฉันจริๆเพราะตอนนี้ฉันรักเขาหมดหัวใจแล้ว(ความรักทำให้คนตาบอด)ฉันไม่เคยเห็นความไม่ดีของเขาเลยเขาก็ขอให้ฉันมีลูกให้เขาอีก ฉันไม่ยอมฉันให้เหตุผลว่าจะให้ฉันท้องป๋องขึ้นมาได้ยังไงฉันยังไม่แต่งงาน และฉันรับราชการมันคงเป็นไปไม่ได้ แค่ที่เราแอบอยู่ด้วยกันฉันก็รู้สึกแย่ทุกครั้งที่คิดว่าฉันเป็นเมียน้อยเขาและยิ่งรู้สึกแย่มากๆเมื่อเมียหลวงฝากขนม หรืออาหาร ผลไม้ มาให้ฉันๆรู้สึกว่าทำไมฉันถึงทำเรื่องนี้ได้ยิ่งเมียเขาดีกับฉันเท่าไหร่ฉันยิ่งรู้สึกต่ำต้อยทุกครั้ง
จนฉันคิดจะเดินออกมาจากชีวิตเขาและฉันก็พยายามไปค้างบ้านเพื่อนบ้าง กลับกรุงเทพฯบ่อยขึ้น อาทิตย์หนึ่งจะนอนที่บ้านเขาไม่เกิน2คืนต่อสัปดาห์
(ค่อยมาเล่าตอนต่อไปนะค่ะแล้วจะรู้ว่าความสุขไม่เคยอยู่กับเรานานและเวรกรรมมีจริงตามเราทันในชานี้จริงๆ)
|