เรื่องย่อ / แนะนำนิยาย
ตอนที่ 1
นักร้องผมยาวกับสาวป.โท
บริเวณลานคอนเสิร์ต ผู้คนต่างทยอยเข้าไปในลานคอนเสิร์ตดิเอ๊กแซมเปิ้ล มินหรือมินตรานักศึกษาสาวปริญญาโท คณะวารศาสตร์ศาสตร์ วัย 22 ปี หน้าตาสะอาดสะอ้าน ผิวเนียน รูปร่างสูงโปร่ง กำลังทำงานวิจัยเรื่องอิทธิพลของนักร้องที่มีผลต่อแฟนคลับ มินกำลังง่วนอยู่กับการแจกแบบสอบถาม และการสัมภาษณ์แฟนเพลง วิ่งไปวิ่งมาเพื่อเก็บแบบสอบถาม และสัมภาษณ์แฟนเพลง มองจากไกลๆคล้ายพวกขายตั๋วผี บิ๊คนักร้องหนุ่มผมยาวใส่หมวกแก๊ปปิดผมและใส่แว่นดำซึ่งแอบมาเช็คเรตติ้งของตัวเอง ยืนมองมาแต่ไกลและเดินเข้ามาใกล้ๆ เพื่อจะเดินเลียบไปยังเวที เมื่อแฟนเพลงกำลังทยอยเข้าไปในลานคอนเสิร์ตเกือบหมดแล้ว พลันก็ได้ยินเสียงของมินบ่นกับนัททีเพื่อนนักศึกษาที่มาเป็นเพื่อน และนัทก็ทำหน้าเบื่อที่เห็นมินบ่นอยู่ได้ทั้งๆที่เป็นงานของตัวเอง
อื๋อ! คนมาดูอะไรกันมากมายขนาดนี้ นักร้องก็ขี้ก้าง หน้าตาก็เถื่อนๆ อย่าง กับกุ๊ย ผมก็ย๊าว..ยาวดูสกปรกรุงรัง ไม่รู้สระผมบ้างหรือเปล่า เนี่ยนะไอดอลของแฟนคลับ โอ๊ย! เบียดเสียดกันเข้าไป แน่นยิ่งกว่าปลากระป๋องซะอีก เป็นชั้นไม่ยอมเสียเงินมาดูหร๊อก เสียดายเงิน เสียงบ่นของมินทำให้บิ๊คหันหลังกลับมาสะกิดเธอเพราะคิดว่าเป็นพวกคนขายตั๋วผี แต่เมื่อมินหันมากลับทำให้บิ๊คสะดุดกับใบหน้าที่สวยคม ผิวเนียนใส นั้น
มาสะกิดอะไรเนี่ย มินหันมาปัดมือเค้าและมองตาเขียว
นี่คุณมาขายตั๋วผีเอาเปรียบคนแล้วยังมาวิจารณ์คนที่คุณทำมาหากินกับเค้าอีกเหรอ บิ๊คต่อว่า
นี่คุณพูดอะไรน่ะ.....ใครน่ะขายตั๋วผี.....พูดจาหยาบคาย มินหันมองหน้าเค้าเอาเรื่อง
ก็คุณนั่นแหละ....ยายตั๋วผี เห็นวิ่งไปวิ่งมา คงโก่งราคาน่าดู เอาเปรียบคน แล้วยังมาว่าคนอื่นอีก
คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องหรือไง....พวกตาไม่มีแวว ดูคนไม่เป็นหรือ พวกดูดีมีการศึกษาน่ะดูไม่ออกหรือไง
พูดได้ไงเนี่ย....พวกดูดีมีการศึกษาเห็นวิ่งโก่งราคาไปมา.....แหม!เนียนจริงๆเลย
ไปเถอะนัท ชั้นไม่อยากพูดกับคนแบบนี้ อยู่ๆ ก็มาหาเรื่องคนแบบนี้บ้านชั้นเค้าเรียกกุ๊ย รู้ไว้ด้วยนะ ไปกันเถอะ มินลากนัทที่ยืนมองบิ๊คแบบคุ้นๆไปชนกับไหล่เค้า
อื้อฮือ! ....มาเรียกเรากุ๊ยแล้วก็ไปเฉยเลย..ยายตั่วผี ในขณะที่บิ๊คยืนบ่นแต่นัทยังหันมามองบิ๊คอีกครั้ง บิ๊คเองก็หันมามองมินก่อนที่จะเดินเลียบไปที่เวทีคอนเสิร์ต
มินชั้นว่าชั้นคุ้นๆหน้าผู้ชายคนนี้ยังไงก็ไม่รู้นะ
โอ๊ย! เธอเคยเห็นคนหน้าตาเถื่อนๆ นิสัยกุ๊ยๆ แบบนี้ในมหา... ลัย ด้วยเหรอ...... ไปกันเถอะค่ำแล้ว
แต่ชั้นว่าชั้นเคยเห็นเค้าที่ไหนก็ไม่รู้แฮะ!
ยังงั้นเธอก็ยืนนึกให้ได้ก่อนแล้วค่อยกลับก็แล้วกันนะ มินบ่นอย่างหัวเสียพร้อมกับปล่อยมือนัทและเดินลิ่วไปเลย ทำให้นัทต้องวิ่งตามมินกลับ
ทำไมต้องอารมณ์เสียด้วยเล่า?
ก็เธอไม่เห็นหรือไง... อยู่ๆ ก็มาหาว่าเรามาขายตั๋วผี น่าเกียจ! ......พวกตาไม่มีแวว มินบ่นแล้วก็ขึ้นรถคันหรู เพื่อขับไปส่งนัทที่บ้าน ในขณะที่ขับรถอยู่นุกูลเพื่อนนักศึกษาก็โทรเข้ามือถือมิน
มินอยู่ไหน?
เรามาสัมภาษณ์แฟนเพลง และเก็บรวบรวมแบบสอบถามที่งานคอนเสิร์ตกำลังจะไปส่งนัทกลับบ้าน......นุมีอะไรหรือเปล่า?
ทำไมมินไม่ชวนเราไปเป็นเพื่อนล่ะ?
พอดียายนัทเค้าบอกว่างานเค้าเสร็จแล้ว....เค้าจะมาเป็นเพื่อนเราเอง
แล้วนี่เสร็จแล้วยัง?
เสร็จแล้วจะกลับไปรวบรวมคืนนี้ และจะนำเสนออาจารย์พรุ่งนี้เลย ขอบคุณมากนะที่เป็นห่วง
แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ
นุกูลเป็นเพื่อนนักศึกษาปริญญาโท ที่แอบชอบมินตั้งแต่เรียนปริญญาตรีมาด้วยกันแล้ว แต่มินคิดกับเค้าเพียงเพื่อน
<<<<<<>>>>>>
ในบริเวณงานคอนเสิร์ตก่อนการแสดงบิ๊คเข้าไปที่หลังเวที เจอกับเพื่อนๆ เชนทร์มือกีตาร์ ทัชมือเบส วัฒน์มือกลอง ด้านหลังเวทียังมีทิพย์แฟนของวัฒน์เป็นดาราและแน้ทนางเอกละครชื่อดังเพื่อนดาราของทิพย์เป็นแฟนคลับของบิ๊ค จะคอยติดตามการแสดงของเค้าตลอดเวลา จนทำให้สนิทและคุ้นเคยกับคนในวงธันเดอร์ร๊อค เป็นอย่างดี
วันนี้ว่างเหรอแน๊ท บิ๊คทัก
ค่ะ!....พี่บิ๊ค งานคอนเสิร์ตพี่บิ๊คแน้ทไม่มีพลาดอยู่แล้ว แน๊ทอยากเป็นกำลังให้พี่อยู่แล้ว แน้ททักเสียงใสและยิ้มหวาน บิ๊คยิ้มให้ก่อนหันไปเตรียมตัวและเตรียมพร้อมกับเพื่อนๆในการแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง
งานคอนเสิร์ตเริ่มแล้ว บิ๊คทุ่มเทให้กับคอนเสิร์ตอย่างเต็มที่ แฟนเพลงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แม้ทุกคนจะเหน็ดเหนื่อยกับการแสดงแต่พลังของแฟนเพลงทำให้ทุกคนทุ่มเทกับการแสดงจนลืมคำว่าเหน็ดเหนื่อยไปอย่างหมดสิ้น เพลงแล้วเพลงเล่าทั้งร้องทั้งเต้นทำให้เรียกเสียงกรี๊ดส์จากแฟนเพลงจนสนั่นลานคอนเสิร์ต
<<<<<<>>>>>>
บ้านของมินเป็นบ้านที่อยู่ในถิ่นของคนมีเงิน ใหญ่โตโอ่อ่า มินพักอาศัยกับคุณนิพนธ์นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และคาวินทร์พี่ชาย แต่ปัจจุบันนี้คาวินทร์ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่อเมริกา
คืนนี้มินรีบกลับมารวบรวมแบบสอบถาม ที่ไปสอบถามแฟนเพลงและบทสัมภาษณ์ เกี่ยวกับอิทธิพลของนักร้องที่มีต่อสังคมในปัจจุบัน ซึ่งจากแบบสอบถามที่ได้ทำให้มินรับรู้ว่า แฟนเพลงมักจะคลั่งไคล้ และเอาแบบอย่างของนักร้องที่ตนเองชื่นชอบเป็นแบบอย่างเช่นการแต่งกาย การพูดจา และ
ส่วนใหญ่แฟนเพลง จะเข้าไปเป็นแฟนคลับของนักร้อง คอยติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนักร้องที่ตนเองชื่นชอบ มินนั่งทำงานอยู่ในห้องนอน ป้าสายแม่บ้านที่ดูแลมินมาตั้งแต่เกิดถือนมเดินเข้ามาให้
คุณหนูขา ดื่มนมก่อนนะคะ
ขอบคุณค่ะป้าสาย มินรับนมมาดื่ม
คุณพ่อมาหรือยังคะป้าสาย
เพิ่งจะมาถึงค่ะ
งั้นมินไปหาคุณพ่อก่อนนะคะ มินลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปหาคุณพ่อ แต่คุณนิพนธ์กลับเปิดประตูเดินเข้ามาก่อน ป้าสายเลยเดินถือแก้วนมที่มินดื่มหมดแล้วและเดินออกไป
คุณพ่อขา...หวัดดีค่ะ มินทำความเคารพเดินเข้าไปหาคุณนิพนธ์และหอมแก้มคุณพ่ออย่างประจบ
ยังไม่นอนเหรอลูก
ค่ะ....มินเพิ่งทำรายงานเสร็จ.....คืนนี้คุณพ่อกลับดึกจังเลยนะคะ
พ่อมีงานยุ่งๆนิดหน่อยเรื่องที่เข้าไปเทคโอเวอร์บริษัทคุณลุงโสภณมา
คุณพ่อขา จริงๆ แล้วที่มีอยู่ก็สบายแล้ว ทำไมคุณพ่อต้องทำให้เหนื่อยอีกคะ
ความจริงบริษัทนี้เป็นของเพื่อนพ่อแต่เค้ามีปัญหา ไม่มีใครช่วยเค้า พ่อก็เลยต้องยื่นมือไปช่วยเค้า ไม่เป็นไรหรอกลูก เมื่อพ่อกระโดดเข้าไปแล้ว มันต้องผ่านไปได้น่า สีหน้าคุณนิพนธ์เครียดมากแต่มินไม่ได้สังเกตุ
หนูห่วงคุณนะคะ อยากให้คุณพ่อพักผ่อนมากๆ มินกอดแขนคุณนิพนธ์และเอาหัวซบที่ไหล่ ทำให้คุณนิพนธ์ยิ้มเศร้าๆและเอามือลูบหัวลูกอย่างเอ็นดู
พี่เค้าโทรมาบ้างหรือเปล่า?
ค่ะ!.....พี่เค้าบอกว่าใกล้จะจบแล้ว ตอนนี้กำลังทำโปรเจคอยู่ พี่เค้าฝากบอกคุณพ่อว่าคิดถึงนะคะ มินพูดแล้วทำให้คุณนิพนธ์ยิ้มเศร้าๆ
นอนได้แล้วลูก ดึกแล้ว
ค่ะ! ......คุณพ่อ
<<<<<<>>>>>>
วันนี้มินเอางานที่รวบรวมได้ ไปเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องการทำวิทยานิพนธ์ ในชั้นเรียน อาจารย์เสนอแนะว่าถ้าจะให้ดีกว่านี้ ต้องไปสัมภาษณ์นักร้อง และต้องรู้ถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของเค้า เพื่อเป็นองค์ประกอบของการเขียนวิทยานิพนธ์และนำมาวิเคราะห์ว่าทำไมนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังจึงเป็นต้นแบบของแฟนเพลงและวัยรุ่น
แหม!.....แต่ว่าเราไม่ได้เข้าพบเค้าได้ง่ายๆอย่างนั้นนะคะอาจารย์
ไม่รู้ล่ะ!.......เพราะต้องทำให้ครูรู้ว่างานวิจัยของเธอได้มาจากการเข้าไปสัมผัสจริงๆ ไม่ใช่นั่งเทียนเขียนอยู่ที่บ้านเข้าใจหรือเปล่า? |